การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง 5 เรื่องนี้ต้องเจอแน่ๆ คุณแม่พร้อมทำใจหรือยัง

lead image

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง 5 เรื่องนี้ต้องเจอแน่ๆ คุณแม่พร้อมทำใจรับมือหรือยัง

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง

ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์นั้น เป็นช่วงที่คุณแม่ต้องเจอกับ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรามาดูกันว่า การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง 5 เรื่องที่ต้องเจอแน่ๆ มีอะไรบ้าง

1. น้ำหนักตัว

ค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือนของแม่ท้อง ควรจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 10 - 16 กิโลกรัม  โดยในแต่ละไตรมาสของการตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวของแม่ท้องจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยดังนี้ :

  • ในช่วง 3 เดือนแรกอาจจะเพิ่มขึ้นแค่ประมาณ 1 - 1.6 กิโลกรัม ทั้งนี้ในช่วงไตรมาสแรกแม่ท้องส่วนใหญ่มักจะมีอาการแพ้ท้อง ทำให้ทานอาหารได้น้อยจึงส่งผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก
  • ไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวของแม่ท้องจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 - 5 กิโลกรัม
  • ไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวของแม่ท้องจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 - 6 กิโลกรัม

2. ขนาดมดลูกและหน้าท้อง

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น หน้าท้องของคุณแม่ก็จะขยายออกไปมากขึ้นตามไปด้วย โดยในช่วงประมาณเดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ อาจคลำพบก้อนแข็ง นูนขึ้นมาบริเวณเหนือหัวเหน่า นั่นก็คือมดลูก ที่โตจากอุ้งเชิงกรานจนไปถึงระดับสะดือ

และเมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้คลอด ยอดมดลูกที่โตขึ้นมาจนถึงระดับลิ้นปี่ ก็จะยิ่งทำให้คุณแม่ท้องรู้สึกอึดอัดมากกว่าปกติได้

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตอนท้อง 5 เรื่องนี้ต้องเจอแน่ๆ คุณแม่พร้อมทำใจหรือยัง

3. ความเปลี่ยนแปลงของเต้านม

หลังจากช่วงเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์ไปแล้ว เส้นเลือดบริเวณเต้านมจะเริ่มขยาย หัวนมก็จะเริ่มขยายใหญ่ และมีสีคล้ำขึ้น เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตอนท้อง

ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเร่งผลิตสารเมลานินออกมาเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเวลาปกติ และเมื่อสารเมลานินมีมากขึ้น ก็จะทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำลง โดยเฉพาะบริเวณที่มีเม็ดสีกระจุกรวมกันอยู่แล้ว เช่น กระ รอยแผลเป็น และบริเวณลานนม และบางครั้งก็อาจจะมีก้อนนูนที่ใต้รักแร้ ซึ่งเป็นส่วนปลายของเต้านมที่เจริญเติบโต

4. หน้าท้องลาย

ท้องลาย เกิดจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เส้นใยโปรตีนอีลาสตินและคอลลาเจนบริเวณผิวหนังชั้นในสุดถูกยืดออก ส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย และทำงานผิดปกติ

รวมทั้งฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในช่วงใกล้คลอด ประกอบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ผิวหนังจะขยายตัวตามได้ทัน จึงทำให้เกิดรอยแตกบริเวณหน้าท้อง ทรวงอก สะโพก ต้นขา และบั้นท้าย

5. ช่องคลอดเปลี่ยนแปลง

ในระหว่างตั้งครรภ์นั้น อาจจะมีมูกและตกขาวเพิ่มขึ้น ถ้าตกขาวไม่มาก ก็ถือว่าปกติครับ แม่ท้องควรทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่แต่เพียงภายนอก แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่นมีสีผิดปกติ หรือมีกลิ่นเหม็น ก็ให้รีบไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

สัญญาณอันตราย ที่แม่ท้องต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการตาพร่า
  • ปวดหลัง มีไข้สูง และหนาวสั่น
  • นิ้วมือ หรือเท้าบวมมาก หรือบวมทั้งตัว
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด หรือที่เรียกกันว่าน้ำเดิน
  • ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง
  • อาเจียนมาก และรุนแรง
  • ลูกดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้นเลย

ในระหว่างตั้งครรภ์ แม้ว่าคุณแม่ท้องอาจจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมาย แต่ที่สำคัญคือต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ควรนอนพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง และควรมีเวลางีบหลับในตอนกลางวันอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และควรทานอาหารให้เพียงพอ ครบ 5 หมู่ และควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆอยู่เสมอนะครับ


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก paolohospital.com

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ไม่เป็นแม่ไม่รู้หรอกว่า ร่างกายคนท้อง เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้

ดูแลร่างกายให้ดูดี สวยๆ ระหว่างตั้งครรภ์ทำได้ไม่ยาก

ท้องยังไงให้สวย ให้แซ่บ ท้องนี้ไม่(อยาก)พังก็ต้องปังละค่ะ