การรักษาผู้มีบุตรยาก

คุณคงสงสัยว่ามีแนวทางการรักษาผู้มีบุตรยากอย่างไรบ้าง และวิธีไหนประสบความสำเร็จที่สุด

การรักษาผู้มีบุตรยาก มีลูกยาก อยากมีลูก

การรักษาผู้มีบุตรยาก

วิธีการรักษาผู้มีบุตรยากมีดังนี้

1. ใช้ยาหรือฉีดยากระตุ้นการเติบโตของไข่จากรังไข่ ตัวอย่างของยากินเช่น เซโลฟีน (Serophene) โคลมีฟีน (Clomiphene) แต่ถ้าหากว่าต้องการการกระตุ้นมากขึ้นกว่านี้ หรือยาที่ใช้กินได้ผลไม่เป็นที่พอใจ ก็ต้องฉีดยากระตุ้น ตัวยาที่ใช้ฉีดคือ โกนอลเอฟ (Gonal F) ซึ่งเป็นการฉีดฮอร์โมนที่ใกล้เคียงกับฮอร์โมนธรรมชาติ หรือ โฟลลิคูลาร์ (Follicular)

2. อีกวิธีหนึ่งคือการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก โดยใช้รอบตกไข่ตามธรรมชาติของผู้หญิง หรือการกระตุ้นที่ได้กล่าวไปแล้ว ตามด้วยการฉีดอสุจิของสามีเข้าไปในรังไข่ซึ่งทำที่คลินิคหรือโรงพยาบาล

3. วิธีที่ได้ผลดีและก้าวหน้าที่สุดคือ การปฏิสนธิภายนอกร่างกายที่เราคุ้นเคยกันว่าเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF แพทย์จะฉีดโกนอลเอฟในปริมาณที่สูงขึ้นเป็นเวลา 10 วัน จากนั้นแพทย์จะฉีด โอวิดริว (Ovidrel) เพื่อทำให้ไข่สุก จากนั้นคุณหมอจะใช้การอัลตราซาวด์ เพื่อดูตำแหน่งของไข่และใช้เข็มช่วยเขี่ยไข่ออกมายังช่องคลอด กระบวนการนี้มีการฉีดยาชาเล็กน้อย ผู้ป่วยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ไข่จะถูกดูดออกมาจากท่อนำไข่และนำมาผสมกับอสุจิในห้องทดลอง จากนั้นภายใน 3-5 วัน จะเกิดการปฏิสนธิและเกิดตัวอ่อนที่เรียกว่าเอ็มบริโอ (Embryo) แพทย์จะเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดเพื่อฉีดผ่านท่อนำปัสสาวะ 2-5 วันหลังจากที่ไข่ออกมาจากร่างกายของผู้หญิง

ทางเลือกธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยาสำหรับผู้มีบุตรยาก หน้าถัดไป >>>

มีทางเลือกธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยาสำหรับผู้มีบุตรยากหรือไม่

สิ่งสำคัญที่แต่ละคู่ควรทำคือ พยายามมีลูกตอนอายุยังน้อย เพราะยิ่งมีอายุเพิ่มขึ้น ผู้หญิงก็จะยิ่งมีโอกาสมีลูกได้น้อยลง เนื่องจากไข่ที่มีคุณภาพจะตกช่วงอายุ 24-35 ปี ดังสถิติต่อไปนี้

ช่วงโอกาสที่ผู้หญิงเจริญพันธุ์ได้มากที่สุดคือ ช่วงอายุ 20-25 ปี

เมื่อมีอายุตั้งแต่ 25-30ปี อัตราการเจริญพันธุ์จะลดลงระหว่างร้อยละ 4-8

ช่วงอายุ 30-35ปี อัตราการเจริญพันธุ์ลดลงถึงร้อยละ 15-19

ช่วงอายุ 35-40 ปีอัตราการเจริญพันธุ์ลดลงถึงร้อยละ 26-46

และช่วงอายุ 40-45ปี อัตราการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงลดลงร้อยละ 95

การรักษาผู้มีบุตรยาก อยากมีลูก มีลูกยาก

ทำอย่างไร เมื่อมีลูกยาก

ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่คู่สามีภรรยาควรรักษาให้คงที่คือ น้ำหนักที่เหมาะสมกับร่างกาย หลีกเลี่ยงภาวะโรคอ้วน หรือน้ำหนักตัวต่ำกว่ามาตรฐาน และควรงดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่ทำให้สมรรถภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์ลดลง

นอกจากนี้ทั้งคู่ควรป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย หากมีการติดโรคกามโรค (STD) ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะโรคนี้สามารถทำลายอวัยวะที่ใช้ในการสืบพันธุ์ได้ การใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ก็ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เช่นกัน นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงอาหารและน้ำที่ดูสกปรกหรืออาจมีการปนเปื้อน แม้ว่าจะทำได้ยาก แต่หากคุณรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีการปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะก็จะช่วยรักษาระบบสืบพันธุ์ที่ดีได้เช่นกัน

สำหรับฝ่ายชายก็ไม่ควรใส่กางเกงในที่รัดจนเกินไป หรือแช่อ่างน้ำร้อนเป็นเวลานานบ่อยนัก ตลอดจนหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คบนตักของคุณ เพราะความร้อนมีผลต่อการผลิตและประสิทธิภาพของอสุจิ

ควรออกกำลังกายในปริมาณที่พอเหมาะและสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม เพราะจะส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้

นอกจากนี้จึงควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคที่สามารถบั่นทอนประสิทธิภาพของระบบสืบพันธุ์ได้ ควรใช้หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด และพยายามรักษาสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยป้องกันวัณโรคและโรคคางทูม เพราะโรคนี้ส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์และลดประสิทธิภาพของภาวะเจริญพันธุ์