การนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ทารกจนวัยเรียน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ห้ามทำกับลูก

lead image

พ่อแม่ต้องรู้ตารางการนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย ลูกนอนพอหรือไม่ พ่อแม่ควรทำหรือไม่ควรทำอะไรระหว่างลูกนอน

การนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย

เพราะการนอนเป็นอาหารสมองลูก การนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย สำคัญมาก ๆ พ่อแม่ต้องรู้ ลูกควรนอนกี่ชั่วโมง และ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ห้ามทำกับลูก คืออะไรบ้าง

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงการนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัยว่า การนอนเป็นอาหารสมอง เพราะการนอนทำให้ร่างกายได้พักผ่อน สร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้อารมณ์ของลูกสดชื่นแจ่มใส มีอารมณ์ดี คิดอ่านอะไร ก็หลักแหลม หากลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ลูกจดจำสิ่งต่าง ๆ ที่เรียนรู้ไปได้อย่างแม่นยำ

 

การนอนของเด็กแต่ละช่วงวัย

การนอนของเด็กวัยทารก

ในวัยทารกตั้งแต่แรกเกิดจะมีภาวะหลับตื่นสลับกันไปตลอดทั้งวัน เด็กแรกเกิดจะนอนประมาณวันละ 15 ชั่วโมง ซึ่งรวมทั้งเวลานอนปกติตอนกลางคืนและเวลานอนระหว่างวัน

  • ทารกวัย 3 เดือนจะเริ่มนอนมากขึ้นในช่วงกลางคืน นอนน้อยลงในช่วงกลางวัน รวม ๆ แล้วไม่เกิน 15 ชั่วโมงต่อวัน
  • ทารกวัย 4 เดือนจะเริ่มหลับกลางคืนได้ยาวประมาณ 6 ชั่วโมง เพราะแยกกลางวันและกลางคืนได้แล้ว
  • ทารกวัย 6 เดือนจะสามารถหลับได้นานถึง 10 ชั่วโมง แต่ก็ตื่นได้ระหว่างการนอนหลับ ทารกบางคนกลับไปหลับต่อได้ด้วยตัวเอง แต่บางคนต้องการการกล่อมจึงจะหลับต่อ โดยรวมการนอนของทารกก็ยังอยู่ที่ 14 – 15 ชั่วโมงต่อวัน

ทารก 1 ปีขึ้นไป

การนอนของทารกแรกเกิดถึง 1 ปี ยังคงนอนนาน นอนรวมในแต่ละวันอยู่ที่ 14 – 15 ชั่วโมงต่อวัน แต่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อายุ 1 ปีขึ้นไป พญ.สุดา เย็นบำรุง ระบุว่า พอเข้า 1 ขวบ ใช้เวลานอนประมาณ 14 ชั่วโมง เด็กวัย 2 ขวบ นอน 12 – 13 ชั่วโมง จนถึงวัย 3 ขวบ เวลานอนจะลดลงเหลือ 12 ชั่วโมง การงีบนอนตอนบ่ายจะเลิกประมาณ 3 – 4 ปี จนกระทั่งถึง 5 ขวบ เด็กต้องการเวลานอน เพียง 11 ชั่วโมง

 

การนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ทารกจนวัยเรียน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ห้ามทำกับลูก ตารางการนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย ลูกนอนพอหรือไม่ ไม่ควรทำอะไรระหว่างลูกนอน

การนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัยตั้งแต่ทารกจนวัยเรียน สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ห้ามทำกับลูก

การนอนของเด็กวัยเรียน

เด็กวัยเรียนต้องการการนอนประมาณ 9 – 12 ชั่วโมง เด็กแต่ละคนอาจต้องการจำนวนชั่วโมงในการนอนแตกต่างกัน พ่อแม่จะรู้ได้ว่าลูกนอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ โดยสังเกตจากพฤติกรรมของลูกระหว่างวัน เช่น สามารถปลุกตื่นได้ง่าย ไม่ผล็อยหลับตอนกลางวัน เมื่อเข้านอนสามารถหลับได้ภายใน 15 – 30 นาที

 

วิธีสอนลูกให้มีนิสัยการนอนที่ดี

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเพื่อให้ลูกมีนิสัยการนอนที่ดี

  1. สร้างกิจวัตรก่อนนอนให้เป็นเวลาพิเศษที่จะพูดคุยกับลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย
  2. ให้ลูกเข้านอนและตื่นนอนตรงเวลา
  3. บรรยากาศห้องนอน สำหรับเด็กเล็กสามารถใช้เสียงที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่ดัง ไม่กระตุ้น เป็นเสียงที่ช่วยกล่อมให้เด็กนอน
  4. สร้างกิจวัตรในระหว่างวันให้มีตารางเวลาสม่ำเสมอ
  5. ควรปิดไฟ หรือ หรี่แสงไฟในห้องนอน เมื่อถึงเวลานอนและควรให้เด็กได้เจอแสงแดดธรรมชาติในเวลากลางวัน

 

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำเพื่อให้ลูกมีนิสัยการนอนที่ดี

  1. หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เร้าความตื่นเต้น หรือ กิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแสงที่จ้ามากเกินในช่วงเวลา 2 – 3 ชั่วโมงก่อนนอน
  2. ในทารกควรเลี่ยงการให้เด็กหลับคาขวดนม
  3. อย่าให้การนอนเกิดจากการขู่ หรือ เป็นการลงโทษจากการทำความผิด ควรสอนให้เด็กรับรู้ว่าการนอนเป็นเวลาของความสุข
  4. หลีกเลี่ยงการเอาของเล่นมาให้เด็กเล่นเมื่อถึงเวลานอน
  5. หลีกเลี่ยงอาหารหนัก หรือ ชา กาแฟ น้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ

 

การฝึกนิสัยการนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย ไม่ใช่เรื่องยาก อย่าลืมนะคะว่า การนอนสำหรับเด็กทุกช่วงวัยนั้นสำคัญมาก เมื่อลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลูกก็จะเรียนรู้ได้ไว เพราะการนอนนั้นเป็นอาหารสมองลูกน้อย

 

รู้กันไปแล้วว่าการนอนของเด็ก แต่ละช่วงวัย เป็นอย่างไร มาโหวตกันหน่อยว่า ลูกของคุณร้องไห้เวลาไหนบ่อยที่สุด ถ้ากดโหวตไม่ได้ คลิกที่นี่

 

 

ที่มา : https://med.mahidol.ac.th และ https://www.sleepcenterchula.org

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีใช้ยาสำหรับเด็กและทารก ใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อย ก่อนจะซื้อยาให้เด็ก ก่อนจะป้อนยาทารก แม่ต้องอ่าน!

วิธีกระตุ้นให้ทารกเต้น กำลังฮิตมากในไต้หวัน พ่อแม่ลองเล่นกับลูกดูไหม! (คลิป)

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้! นอนเปิดพัดลม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกได้

อุทาหรณ์! ลูกถ่ายเป็นมูกเลือด อย่านิ่งนอนใจ เสี่ยงป่วยลำไส้กลืนกัน

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya