เทคนิคการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง

เทคนิคการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดงหรือแผลคีลอยด์ เป็นร่องรอยแห่งความรักระหว่างแม่ลูก แต่อย่างไรก็ตามคุณแม่คงไม่ต้องการเห็นร่องรอยแห่งความรักนี้มีลักษณะนูนแดงแน่นอน แม้จะอยู่ในร่มผ้าก็ตาม มาดูกันว่าจะมีวิธีการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดงได้อย่างไร และข้อห้ามไม่ให้กินไข่หลังผ่าคลอดเพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นนูนแดงนั้นจริงหรือไม่ มาร่วมไขข้อข้องใจกันค่ะ ติดตามอ่านค่ะ

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

วิธีการดูแลแผลผ่าคลอดทั่วไป

คุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง จะได้รับคำแนะนำในการดูแลแผลผ่าคลอดในระยะแรก ดังนี้

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

1. แม้ว่าหลังผ่าคลอดคุณหมอจะปิดพลาสเตอร์กันน้ำที่แผลผ่าคลอดก็ตาม ในระยะสองสามวันแรกคุณแม่ยังไม่ควรอาบน้ำ  แต่ให้ใช้วิธีการเช็ดตัวก่อนนะคะ เพราะอาจทำให้น้ำซึมเข้าแผลได้ อาจทำให้แผลเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ

2. หลังจากที่คุณหมอนัดเปิดแผลเพื่อตัดไหมแล้ว  (ระยะเวลาหลังคลอดประมาณ 7 วัน) สามารถอาบน้ำ สระผมได้ตามปกติแล้วค่ะ ไม่จำเป็นต้องใช้แอลกฮอล์เช็ดล้างแผลและไม่ต้องไปทำแผล

3. ดูแลทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นและรักษาความสะอาดของแผลผ่าคลอดให้แห้งสะอาดตลอดวัน อย่าปล่อยให้อับชื้น แนะนำให้ใส่ผ้าอนามัยตลอดเวลาและเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 6 ชั่วโมง จนกว่าแผลผ่าคลอดจะหายสนิท

บทความแนะนำ  ไขข้อข้องใจ น้ำคาวปลาของแม่หลังคลอด

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

4. ควรใช้ผ้ารัดหน้าท้องในเวลากลางวันจนกว่าแผลผ่าตัดจะหายสนิท  เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่เจ็บแผล  เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องยังหย่อนอยู่มาก  ส่วนกลางคืนไม่ต้องใช้นะคะ  เพราะจะทำให้รู้สึกอึดอัดและนอนหลับไม่สบาย

5. เมื่อแผลผ่าคลอดเจ็บน้อยลง ควรออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงให้มากขึ้น  ช่วยสมานแผลให้แนบกันเร็วขึ้น

บทความแนะนำ  อุ้งเชิงกรานแคบ คนท้องคลอดเองได้ไหม

6. หากรู้สึกปวดและบวม อาจใช้น้ำแข็งห่อผ้าไม่ให้เปียกชื้นมาประคบที่แผล  แต่ต้องไม่เกินครั้งละ 2 นาที เพราะความเย็นจะทำให้เส้นเลือดบริเวณแผลหดตัว ช่วยลดอาการปวดบวมได้ แต่จะทำให้เลือดมาเลี้ยงแผลน้อยลง แผลจะหายช้ากว่าปกติหากทำบ่อยครั้งจนเกินไป

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

จริงหรือไม่ ?? ไข่เป็นของแสลงทำให้แผลผ่าตัดเกิดแผลเป็น

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า คำว่า "ของแสลง" ในทางการแพทย์นั้นไม่มี แต่หากหลังผ่าตัดคลอดมา คำแนะนำคือ ควรจะงดเครื่องดื่มประเภทมีแอลกอฮอล์ ได้แก่ เหล้า สุรา เบียร์ ไวน์ ปูดอง ของดองผลไม้ดอง ผักดอง ปลาร้า  อาหารหมักดองต่าง ๆ เพราะว่าอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ใช่ของที่สดสะอาด อาจจะทำให้คุณแม่ที่กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการผ่าตัดได้รับเชื้อโรคจากอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของแผลผ่าตัดได้

แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องของความเชื่อที่เชื่อต่อ ๆ กันมาจากปู่ ย่า ตา ยาย หรือ คุณพ่อคุณแม่ของเราเอง โดยเฉพาะในเรื่องการกินไข่หลังผ่าคลอดเพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดแผลเป็นน่าเกลียดได้  มาดูกันว่า ความจริงเป็นอย่างไร

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลแผลผ่าตัด มีอยู่ 2 ประการ คือ

1. การดูแลรักษาความสะอาดของแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค

2. การบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น อาหารที่จะทำให้แผลหายเร็วนี้ก็ได้แก่ อาหารพวกโปรตีน ซึ่งมีในอาหารจำพวก ไข่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่นไก่  หมู  ปลา ฯลฯ 

นอกจากนี้ยังมีในพืชประเภทถั่วไม่ว่าจะเป็นถั่วงอก ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ ฯลฯ อาหารพวกนี้จะไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้บาดแผลสนิทและหายในที่สุด

ดังนั้น  ไข่ จึงไม่ใช่ของแสลง และไม่ได้ทำให้แผลเน่า  ที่แผลเน่าก็เพราะแผลสกปรก มีเชื้อโรคเข้าไปทำให้อักเสบเป็นหนอง ส่วนแผลเป็นที่ปูดโตไม่ได้เกี่ยวกับการกินไข่แต่อย่างไรก็เป็นธรรมชาติของเนื้อหนังของคนๆ นั้น รวมถึงการดูแลแผลต้องทำอย่างถูกวิธีเพื่อลดการนูนแดงหรือคีลอยด์นั่นเอง

เทคนิคการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง

ในช่วง 3 ดือนแรกหลังผ่าตัดคลอด ซึ่งคุณแม่มีโอกาสสูงที่แผลจะกลายเป็นคีลอยด์ คือ  มีลักษณะนูนแดง คงไม่มีคุณแม่คนไหนชอบใจแน่นอน  มีเทคนิคดี ๆ ในการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง หรือเป็นคีลอย์มาฝากค่ะ  อยากทราบแล้วใช่ไหมคะ  ติดตามอ่านกันเลย

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

1. หลังผ่าคลอดใหม่ ๆ คุณหมอจะใช้พลาสเตอร์ปิดแผลกันน้ำ เพื่อรั้งไม่ให้แผลตึง เพิ่มความสะดวกและลดความเจ็บปวดบาดแผลเวลาเคลื่อนไหว แม้ว่าคุณหมอเปิดแผลเอาพลาสเตอร์ออกและตัดไหมเรียบร้อยแล้วก็ตาม  หลังจากนั้นให้คุณแม่ซื้อเทปปิดแผลกันน้ำเช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลติดให้ หรือใกล้เคียงกันโดยปรึกษาเภสัชกรให้ช่วยแนะนำได้ค่ะ  นำมาปิดรั้งแผลไว้ตลอดเวลา เพื่อรั้งผิวหนังรอบ ๆ แผลเอาไว้  ป้องกันไม่ให้แผลยืดตัว โดยใช้ตลอดจนกว่าแผลจะหายสนิท (ระยะเวลาในการปิดแผล ประมาณ  3 เดือนควรเปลี่ยนพลาสเตอร์ด้วยนะคะ ไม่ใช่ติดแผ่นเดียวตลอดทั้ง 3 เดือน)

2. ในช่วง 3 เดือนหลังคลอดนี้สำคัญนะคะ   หากปฏิบัติตนถูกต้องจะช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนแดงหรือคีลอยด์ได้  ที่สำคัญหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได ระมัดระวังในการลุกจากท่านั่งหรือท่านอน  ไม่ควรใช้กล้ามเนื้อท้องหรือทำสิ่งอื่นใดที่ทำให้แผลเกิดการยืดเหยียดมากจนแผลตึงเกินไป จะทำให้กระตุ้นร่างกายให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนหนา ๆ ทำให้แผลเป็นนูนแดงขึ้น

3. ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ๆ หรือทำงานที่ใช้แรงมาก ๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังตึงโดยไม่รู้ตัว

4. ดูแลรักษา  ทำความสะอาดแผลผ่าคลอดให้ดีที่สุดที่สำคัญแผลต้องแห้งตลอดวัน ไม่ควรอับชื้น เพราะจะทำให้แผลหายช้ามีโอกาสเกิดรอยแผลนูนแดง คีลอยด์เพิ่มมากขึ้น

5. ห้ามแคะ แกะ เกาแผลเด็ดขาดนะคะ

การดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง, แผลคีลอยด์

6. ทาครีมที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์อ่อน ๆ ช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนแดงได้  โดยอนุญาตให้ใช้ครีมทาภายนอกเท่านั้น ห้ามทานยาที่มีส่วผสมของสเตอรอยด์เด็ดขาด  เพราะยาจะถูกดูดซึมไปกับกระแสเลือดจนเล็ดลอดไปกับน้ำนมและมีผลกระทบต่อทารกได้

7. อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีแผลคีลอยด์ขึ้นมานิด ๆ(ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังของแต่ละคนด้วยค่ะ)  ให้ใช้แผ่นซิลิโคนเจลซีปิดตลอด 24 ชั่วโมง อีกอย่างน้อย 1 เดือน แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นต้องอาศัยการฉีดยาสเตอรอยด์ในแผลเป็นนูนแผลจะยุบลงภายใน 1 ปี แต่อาจทำให้เกิดรอยบุ๋ม ซึ่งแผลรอยบุ๋มนี้จะรักษายาก ที่สำคัญยาฉีดสเตอรอยด์จะมีผลต่อน้ำนมแม่  ดังนั้น  คุณหมอมักจะรอให้หยุดการให้นมเสียก่อนจึงจะทำการรักษาได้

ได้ทราบกันแล้วนะคะ สำหรับวิธีดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดงหรือเป็นคีลอยด์  คุณแม่สามารถเริ่มปฏิบัติตามได้ตั้งแต่หลังคอลดเลยนะคะ

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.doctor.or.th

หนังสือ คู่มือคุณแม่รอบรู้เรื่องครรภ์ก่อนและหลังคลอด สุมิตรา ยิ่งเจริญ ผู้เขียน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี

เมื่อไรที่แผลผ่าคลอดจะหายสนิท

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner