การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด น้ำหนักลูกน้อยเกินไปหรือไม่

lead image

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิดต้องเท่าไร น้ำหนักแรกเกิดลูกน้อยไปไหม

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด ลูกต้องหนักเท่าใด สาเหตุที่ทำให้ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย แม่ต้องรู้ตั้งแต่ยังไม่คลอด

 

ปัญหาทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

ทารกแรกคลอดน้ำหนักน้อย เป็นปัญหาสำคัญ เพราะอาจเสี่ยงต่อการตายในระยะปริกำเนิดหรือแรกคลอด รวมถึงขวบปีแรกของชีวิต นอกจากนี้้ ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยยังเสี่ยง ต่อการเจ็บป่วย ภาวะทุพโภชนาการ และการมีพัฒนาการล่าช้าในทุกด้านมากกว่าเด็กที่มีน้ำหนักแรกคลอดปกติ ที่สำคัญ ยังส่งผลต่อสัมพันธภาพระหว่างมารดากับทารก เนื่องจากทารกต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน การป้องกันทารกแรกคลอดน้ำหนักน้อยจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายการคลอดทารกน้ำหนักน้อยไม่เกินร้อยละ 7 ต่อปี

 

สถิติทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยยังสูง

สถิติภาพรวมของปี พ.ศ. 2558 อยู่ที่ร้อยละ 10.60 (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, 2560) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกลุ่มภารกิจด้านข่าวสารสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่พบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2554-2557 มารดามีอัตราการคลอดทารกน้ำหนักน้อย ร้อยละ 10.28, 10.23, 10.68 และ 10.44 ตามลำดับ (ธราธิป โคละทัต และจันทิมา จรัสทอง, 2559)

 

สาเหตุหลักของทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

สาเหตุหลักของการคลอดทารกน้ำหนักน้อยคือ การคลอดก่อนกำหนด และการเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพตนเองของหญิงตั้งครรภ์

 

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด น้ำหนักลูกน้อยเกินไปหรือไม่ วิธีดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด

วิธีการดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย สาเหตุจากมารดา อาทิ

  • แม่ท้องอายุน้อยกว่า 16 ปี หรือแม่ท้องอายุมากกว่า 35 ปี
  • การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ อาทิ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส เริม
  • เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์
  • ภาวะเจ็บป่วย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
  • ภาวะทุพโภชนาการ
  • ตั้งครรภ์แฝด
  • น้ำหนักแรกเกิดของมารดาน้อย
  • เป็นบุตรคนแรก ประวัติมีบุตรน้ำหนักน้อย หรือมีบุตรมาแล้วมากกว่า 5 คน
  • ตั้งครรภ์หลังคลอดบุตรคนก่อนไม่ถึง 6 เดือน
  • ความผิดปกติของมดลูกหรือปากมดลูก น้ำเดินก่อนคลอด
  • มีภาวะเลือดข้นขณะตั้งครรภ์

 

ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย สาเหตุจากตัวเด็ก อาทิ

  • การติดเชื้อในครรภ์ เช่น หัดเยอรมัน ซิฟิลิส
  • ความผิดปกติของโครโมโซม
  • ความพิการแต่กำเนิด

 

วิธีป้องกันทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

  1. คนท้องต้องรับประทานอาหารที่เหมาะสมในปริมาณที่เพียงพอ
  2. คนท้องต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่เป็นเหตุให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า
  3. คนท้องต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด
  4. คนท้องต้องหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก
  5. คนท้องต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การมีภาวะเครียด ภาวะซีด การติดเชื้อ การใช้ยาหรือสารเสพติด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุทำให้ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยได้ อย่างไรก็ตาม คนท้องต้องเฝ้าระวังน้ำหนักตัวให้เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์และสัมพันธ์กับอายุครรภ์ มาฝากครรภ์ให้ครบตามมาตรฐาน เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการประเมินสุขภาพอนามัยของตนเองและทารกในครรภ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต้องรับประทานวิตามินบำรุงครรภ์ตามแพทย์สั่ง และหมั่นไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง ตลอดการตั้งครรภ์

 

ปัญหาที่พบเมื่อทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

  • ระบบทางเดินหายใจของทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย ยังควบคุมการหายใจได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ทารกหยุดหายใจได้
  • การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เนื่องจากทารกมีผิวหนังค่อนข้างบาง ไขมันใต้ผิวหนังน้อย ทำให้สูญเสียความร้อนได้ง่าย ร่างกายจึงมีอุณหภูมิต่ำได้ง่าย
  • ระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ยังไม่ดีพอ ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
  • ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทารกที่น้ำหนักน้อยยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันเลือดต่ำ เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อย จึงเสี่ยงต่อหัวใจล้มเหลวได้ง่าย

 

วิธีดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

  1. ทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย หมายถึงทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2500 กรัม รวมถึงทารกที่เกิดก่อนกำหนด คือ อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ และทารกที่เกิดครบกำหนด คือมีอายุครรภ์ระหว่าง 37 – 42 สัปดาห์
  2. การดูแลด้านการหายใจ ดูแลให้ทางเดินหายใจโล่งอยู่เสมอ ดูดเสมหะที่ค้างในปากและคออยู่เสมอ หากมีอาเจียนระหว่างหรือหลังให้นม ต้องดูดเสมหะในปากก่อนจมูกเพื่อป้องกันสำลักเข้าหลอดลม
  3. ดูแลควบคุมอุณหภูมิร่างกายให้ทารกอบอุ่นอยู่เสมอ เช่น ใช้ผ้าขนหนูที่หนาและแห้งห่อตัวทารก สวมหมวกร่วมกับปรับอุณหภูมิสิ่งแวดล้อมห้องให้เหมาะสมกับทารก
  4. ระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากระบบน้ำย่อยและการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ยังไม่ดีพอ ดังนั้น หลังจากให้นมแล้ว ควรจับไล่ลมทุกครั้งเพื่อป้องกันการสำลัก จัดท่านอนตะแคงขวาหลังให้นม ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร
  5. ระบบภูมิต้านทาน ดูแลป้องกันการติดเชื้อ เช่น ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสทารก และดูแลความสะอาดทั่วไป เช่น ของใช้ทารก ขวดนม เสื้อผ้า
  6. การดูแลพัฒนาการของทารก ควรให้ทารกอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่สงบ มีเสียงรบกวนน้อยที่สุด ส่งเสริมให้ทารกนอนหลับอย่างเต็มที่ ส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมโดยการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การได้ยิน การมองเห็น การสัมผัส การทรงตัว การดมกลิ่น และการรับรส

 

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด น้ำหนักลูกน้อยเกินไปหรือไม่ วิธีดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ เกณฑ์น้ําหนักทารกแรกเกิด

วิธีการดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย

การดูแลทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงแค่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้น้ำหนักทารกแรกเกิดค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ ที่สำคัญ ควรปรึกษากุมารแพทย์ที่ดูแลทารก เพื่อจะได้ทราบความเปลี่ยนแปลงของร่างกายลูกน้อย แต่คงจะดีกว่า หากคุณแม่ดูแลตัวเองเสียแต่วันนี้ ก่อนที่จะคลอดลูก ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบา ๆ หมั่นไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อควบคุมน้ำหนักทารกแรกเกิดให้ตามเกณฑ์

 

ที่มา : http://www.ped.si.mahidol.ac.th

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

น้ำหนักแม่น้อยไปไหม กลัวลูกในท้องโตช้า แต่ขุนมากไปน้ำหนักเยอะ ความเสี่ยงก็แยะ

14 สารอาหารจำเป็นสำหรับคนท้อง แม่ท้องควรกินวิตามินอะไรบำรุงลูกในท้องบ้าง

สภาพแม่ตั้งครรภ์ 8 สภาพเเย่ๆ เมื่อคุณเเม่ตั้งครรภ์ ร่างกายคนท้องเปลี่ยนไปมากมาย แต่แม่ยอม

ทารกในครรภ์กินอาหารทางไหน และคนท้องควรกินอะไรให้แข็งแรงไปถึงลูกในท้อง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya