การคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง

lead image

ก่อนที่คุณจะพาชีวิตน้อย ๆ มาสู่โลกใบนี้ย่อมต้องมีการพิจารณาปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางการเงิน ความปลอดภัยและที่สำคัญที่สุดคือคุณกับคู่ของคุณ พร้อมหรือไม่ ชักหวั่นใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ หากคุณยังไม่พร้อม การคุมกำเนิดช่วยคุณได้

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/04/eating pill.jpg การคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง

การคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง

ปัจจุบันมีวิธีคุมกำเนิดให้เลือกได้มากมายหลายทาง แต่ก่อนจะเลือกวิธีที่อยู่ใกล้มือที่สุด คุณควรคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยเนื่องจากการคุมกำเนิดแต่ละวิธีเหมาะกับแต่ละบุคคลในช่วงวัยที่ต่างกันไป ลองถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้ดู

1. การเลี่ยงการตั้งครรภ์สำคัญต่อคุณขนาดไหน? มันสำคัญมากจริง ๆ หรือคุณพอจะรับมือได้หากตั้งครรภ์ขึ้นมา
2. วัยและสุขภาพของคุณเป็นปัจจัยสำคัญเพราะสภาพร่างกายและอาการเจ็บป่วยบางอย่างควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์และห้ามใช้หรือไม่ควรใช้การคุมกำเนิดบางวิธี คุณควรแจ้งให้คุณหมอทราบถึงประวัติสุขภาพของคุณ
3. สถานะความสัมพันธ์ของคุณเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน ตัวอย่างเช่น คุณกำลังมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดหรือเปิดกว้าง? คุณมีเพศสัมพันธ์บ่อยแค่ไหน? ครอบครัวของคุณสมบูรณ์พร้อมแล้วหรือคุณยังอยากมีลูก?
4. คุณอยากใช้วิธีคุมกำเนิดที่ไม่ขึ้นกับกิจกรรมทางเพศของคุณหรือคุณสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการมีเพศสัมพันธ์ได้

การคุมกำเนิดวิธีต่าง ๆ สำหรับผู้หญิง ได้แก่

ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด

คืออะไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผู้หญิงเลยทีเดียว ตามปกติยาหนึ่งแผงจะใช้สำหรับวงจรรอบเดือน 28 วัน

โดยแบ่งเป็นประเภทที่ต้องทานยาทุกวัน วันละหนึ่งเม็ดอย่างต่อเนื่อง หรือทานทุกวัน วันละหนึ่งเม็ดเป็นเวลา 21 วัน และเว้นช่วง 7 วันก่อนจะเริ่มทานยาแผงใหม่

ข้อดีล่ะ?

การคุมกำเนิดวิธีนี้มีข้อดีหลายประการ เช่น จะทำให้มีประจำเดือนที่สม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้องอกในมดลูก โอกาสมีซีสต์ในรังไข่น้อยลง ฯลฯ

ความเชื่อ – ยาเม็ดคุมกำเนิดทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ที่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนต่ำ น้ำหนักตัวมักคงที่เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้หญิงบางคนที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยขณะที่บางคนน้ำหนักลง แต่ไม่มีความแตกต่างเด่นชัดในเรื่องนี้เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด นอกจากนี้ ยาเม็ดคุมกำเนิดสมัยใหม่ยังได้รับการพัฒนาให้สามารถยับยั้งการบวมน้ำอันเกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงช่วยป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากการบวมน้ำได้ด้วย

บทความใกล้เคียง: ลดน้ำหนักหลังคลอด

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง

คืออะไร?

ยาคุมกำเนิดชนิดนี้จะปล่อยฮอร์โมนผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดอย่างต่อเนื่อง คุณต้องเปลี่ยนแผ่นคุมกำเนิดสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลาสามสัปดาห์ จากนั้นก็เว้นช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะเริ่มวงจรใหม่ แผ่นแปะผิวหนังคุมกำเนิดไม่ได้ทำจากวัสดุที่ใส วิธีนี้จึงเป็นการคุมกำเนิดที่แลเห็นได้

ผลข้างเคียงล่ะ?

ปวดศีรษะ หน้าอกคัดตึง ผิวหนังระคายเคืองและเลือดออกกะปริบกะปรอย

ยาคุมกำเนิดแบบฉีด

คืออะไร?

ตามปกติแล้ว ยาคุมกำเนิดชนิดนี้แพทย์จะเป็นผู้ฉีดให้เดือนละครั้งหรือสามเดือนครั้ง นี่เป็นวิธีการใช้ฮอร์โมนซึ่งออกฤทธิ์คุมกำเนิดระยะยาว

ผลข้างเคียงล่ะ?

น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะ วิงเวียน มีสิวขึ้น ผิวมัน ท้องอืดเฟ้อ หน้าอกคัดตึง แน่นท้อง อารมณ์และความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง หลังการฉีดยาคุมกำเนิดแล้วจะไม่สามารถขจัดฮอร์โมนออกจากร่างกายได้ ผลข้างเคียงเหล่านี้จึงอาจเกิดขึ้นนับแต่วันที่ฉีดและจะคงอยู่หลังจากนั้นระยะหนึ่ง

ยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิว

คืออะไร?

วิธีนี้คือการฝังหลอดพลาสติกนิ่ม ๆ เล็ก ๆ ซึ่งบรรจุฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนด้วยการผ่าตัดขนาดเล็กโดยแพทย์หรือพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ โปรเจสโตเจนจะค่อย ๆ ปล่อยเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อยและมีฤทธิ์คุมกำเนิดนานสามถึงห้าปีโดยผู้ฝังสามารถเอาออกเมื่อใดก็ได้ด้วยการผ่าตัดขนาดเล็ก ยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิวเหมาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะยาวและอยากหลีกเลี่ยงการทานยาเม็ดคุมกำเนิดทุกวัน นอกจากนี้ยังเหมาะกับคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างให้นมลูกน้อยด้วย หลังผ่าตัดเอาตัวยาออก ร่างกายจะกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์ตามปกติ ผลพลอยได้ของการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้คือลดการปวดประจำเดือนและประจำเดือนมามาก

ผลข้างเคียงล่ะ?

ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกปวดศีรษะ หน้าอกคัดตึง ท้องอืดเฟ้อ อารมณ์และความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง รวมทั้งอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยในช่วงสองสามเดือนแรก

ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแบบโปรเจสโตเจนอย่างเดียว (Mini-Pill)

คืออะไร?

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดนี้มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียว และต้องทานวันละหนึ่งเม็ดทุกวันอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการหยุดระหว่างแผง ซึ่งหมายความว่าต้องทานยาในช่วงที่มีประจำเดือนด้วย โปรเจสโตเจนที่วางจำหน่ายมีหลายประเภท คุณแม่ที่อยู่ในระหว่างให้นมลูกสามารถใช้การคุมกำเนิดวิธีนี้ได้ เนื่องจากไม่มีผลกระทบต่อนมแม่

ข้อควรระวังของการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดโปรเจสโตเจนคือต้องทานทุกวันเวลาเดิมเสมอ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ผล หากทานช้าต้องไม่นานเกิน 3 ชั่วโมงจากเวลาเดิม ขณะที่ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดอื่นสามารถทานล่าช้ากว่าเวลาเดิมได้มากที่สุด 12 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงล่ะ?

ผู้หญิงบางคนอาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย แต่อาการนี้จะหายไปในที่สุด ผลข้างเคียงชั่วคราวอื่น ๆ ได้แก่ มีสิวขึ้น ผิวมัน หน้าอกคัดตึง ท้องอืดเฟ้อและปวดศีรษะ

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

คืออะไร?

ควรทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินให้เร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ควรจะทานในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่อาจทานล่าช้าได้มากที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเร็วเท่าไรก็ยิ่งได้ผลมากเท่านั้น

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินออกฤทธิ์ด้วยการยับยั้งการตกไข่

การคุมกำเนิดฉุกเฉินวิธีนี้ควรใช้เป็นทางเลือกสำรองเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือเมื่อการคุมกำเนิดวิธีอื่นล้มเหลวเท่านั้น (เช่น ถุงยางอนามัยขาดหรือลืมทานยาเม็ดคุมกำเนิด) ไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ

ห่วงคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน (IUS)

คืออะไร?

คือการให้แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญสอดอุปกรณ์พลาสติกนิ่ม ๆ ขนาดเล็กซึ่งบรรจุฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเข้าไปในโพรงมดลูก ห่วงจะค่อย ๆ ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสโตเจนปริมาณน้อยเข้าสู่ร่างกาย การคุมกำเนิดวิธีนี้ป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการทำให้เมือกบริเวณปากมดลูกเหนียว อสุจิผ่านเข้าไปได้ยาก และทำให้ผนังมดลูกบางลงเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ที่ผสมแล้วฝังตัวได้ ทั้งยังอาจยับยั้งการตกไข่ในผู้หญิงบางคนด้วย

ผลข้างเคียงล่ะ?

อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยในช่วงสองสามเดือนแรก แต่อาการนี้จะหายไปในที่สุด บางคนอาจรู้สึกปวดศีรษะ หน้าอกคัดตึงหรือวิงเวียนในช่วงแรก ๆ ด้วย

ห่วงคุมกำเนิดชนิดทองแดง (IUD)

คืออะไร?

คือการให้แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญสอดอุปกรณ์นิ่ม ๆ ขนาดเล็กซึ่งพันด้วยเส้นลวดทองแดงเข้าไปในโพรงมดลูก ห่วงคุมกำเนิดนี้สามารถทิ้งไว้ในมดลูกได้นาน 5-10 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทของห่วง) ห่วงคุมกำเนิดชนิดทองแดงออกฤทธิ์รบกวนการเดินทางของไข่และอสุจิโดยปล่อยสารบางอย่างซึ่งทำให้อสุจิเคลื่อนที่ไม่ได้และทำให้ไข่เดินทางมาตามท่อนำไข่ได้ยาก หากไข่ได้รับการผสม ห่วงจะออกฤทธิ์ให้ไข่เคลื่อนที่เร็วเกินไปจนไม่สามารถฝังตัวในมดลูกได้

ผลข้างเคียงล่ะ?

ห่วงคุมกำเนิดชนิดทองแดงไม่เหมาะกับผู้หญิงที่มีภาวะโลหิตจาง การคุมกำเนิดวิธีนี้ไม่ป้องกันหรือเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือปวดประจำเดือน วิงเวียน ประจำเดือนมามากและนานกว่าปกติ

การทำหมันหญิง (ผูกท่อนำไข่)

คืออะไร?

คือกระบวนการผ่าตัดเพื่อตัดท่อนำไข่ (ซึ่งพาไข่จากรังไข่มาสู่มดลูก) หรือทำให้ท่อนำไข่อุดตันเพื่อไม่ให้อสุจิเจอกับไข่ได้ การผ่าตัดจะส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์แต่ไม่กระทบความต้องการและสมรรถภาพทางเพศ

การทำหมันเป็นทางเลือกเฉพาะสำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าไม่อยากมีลูกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต แม้จะมีวิธีแก้หมัน แต่ขั้นตอนก็ซับซ้อนและไม่ค่อยประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ในบางรายอาจเกิดกรณีหมันหลุดซึ่งท่อนำไข่กลับมาเชื่อมต่อกันอีกได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!