กล่องทิ้งทารก เรื่องราวอันเป็นที่ถกเถียงจากเกาหลีใต้

กล่องทิ้งทารก เรื่องราวอันเป็นที่ถกเถียงจากเกาหลีใต้

คุณเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่ใจร้ายที่เอาทารกไปทิ้งรึเปล่า...เมื่อมีคนทิ้ง ก็มีคนเก็บ...ที่เกาหลีใต้ ชายคนหนึ่งพยายามช่วยชีวิตของเด็กเหล่านี้ สิ่งที่เขาทำมีข้อดี แต่ก็มีประเด็นที่ต้องขบคิด จะเป็นเรื่องอะไรนั้น มาดูกัน

คุณไบรอัน ไอวี ผู้กำกับภาพยนตร์หนุ่มได้ยินเรื่องราวของศาสนาจารย์อี จอง-รัก จากเกาหลีใต้กับ “กล่องทิ้งเด็ก” ของเขาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2554 เขาก็เกิดแรงบันดาลใจที่จะบินมาพบกับศาสนาจารย์อีและสร้างภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ ดรอป บ็อกซ์”ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องราวของศาสนาจารย์ผู้นี้และสิ่งที่เขาทำเพื่อช่วยชีวิตเด็กทารก คลิปวีดีทัศน์ต่อไปนี้เปิดเผยเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้

เรื่องราวของศาสนาจารย์อีเริ่มต้นขึ้นตอนที่ลูกชายของเขาเองลืมตาดูโลกเมื่อ 25 ปีก่อน ศาสนาจารย์อีรู้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติและเขาก็กังวลว่าภรรยาของเขาจะเสียใจ เขาพยายามปิดบังความผิดปกติที่ว่าก็คือลูกชายของเขาสมองพิการจากภรรยาในช่วงแรก ถุงน้ำขนาดใหญ่ในศีรษะของลูกทำให้สมองเสียหาย แพทย์เชื่อว่าลูกของเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่เดือน ศาสนาจารย์อีตัดสินใจบอกความจริงเรื่องลูกให้ภรรยาทราบเมื่อเขารู้ว่าไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง เขาก็ยังรักลูกของเขา จากนั้น 25 ปีต่อมา ลูกชายของทั้งสอง ซึ่งมีชื่อว่า อึน-มัน นั้นยังมีชีวิตอยู่ มีสุขภาพแข็งแรงดี และอยู่อาศัยกับคุณพ่อคุณแม่

ความรักที่ศาสนาจารย์อีมีต่อลูกของเขาได้ทำให้เขารักและเห็นค่าชีวิตของเด็ก ๆ ทั้งหมด เขาพบว่ามีทารกที่ถูกละทิ้งก็เลยพยายามที่จะช่วยชีวิตทารกเหล่านี้ แม้ว่าจะช่วยได้ไม่มากก็ตาม เขาทำ “กล่องทารก” ขึ้นมา ซึ่งพ่อแม่ที่ไม่ต้องการเด็กทารกสามารถนำมาทิ้งไว้ได้ แม้ว่าศาสนาจารย์อีไม่เคยได้รับการฝึกหัดอบรมเรื่องการดูแลเด็ก แต่เขาก็รับเด็กเหล่านี้มาดูแล บางทีเด็กที่ถูกทิ้งก็เป็นเด็กพิการด้วย

บทความใน SBS เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2554 มีเด็กที่ถูกทิ้งให้ศาสนาจารย์อีดูแล 383 คน บทความระบุว่าเด็ก ๆ เหล่านี้อยู่กับศาสนาจารย์อีเพียงราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะได้รับการส่งตัวไปบ้านเด็กกำพร้า จำนวนเด็กที่ว่านี้สูงมาก แต่บทความระบุด้วยว่ามีพ่อแม่ 120 คนที่กลับมาขอลูกคืน

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่ศาสนาจารย์อีทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อทารก แต่ก็มีการโต้เถียงกันว่าศาสนาจารย์อีกำลังช่วยเด็ก ๆ ก็จริง ทว่าก็ทำให้คนที่อยากทิ้งทารกนั้นทิ้งลูกกันได้ง่ายขึ้นด้วย

อ่านต่อหน้าถัดไป >>>

กล่องทิ้งทารก เรื่องราวอันเป็นที่ถกเถียงจากเกาหลีใต้

คุณเจน จอง เทรนกา ประธานองค์กรความจริงและการสมานฉันท์เพื่อชุมชนผู้รับลูกบุญธรรมแห่งเกาหลี เป็นคนหนึ่งที่แสดงความคิดเห็นต่อต้าน “กล่องทิ้งเด็ก” นี้ ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งจากสิ่งที่ศาสนาจารย์อีทำก็คือ เด็ก ๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการส่งตัวมาตามกฎหมาย แปลว่าเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่สามารถจะส่งไปเป็นลูกบุญธรรมของผู้ที่อยากรับลูกบุญธรรมในต่างประเทศได้และโอกาสที่เด็ก ๆ เหล่านี้อาจตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ก็มีสูงขึ้น

คุณเทรนกายังได้ศึกษาวิจัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการฆ่าทารกในเกาหลีใต้ก็ยังไม่ลดลงนับตั้งแต่ที่ศาสนาจารย์อีเริ่มทำกล่องทิ้งเด็ก เธออ้างว่าประเด็นคือพ่อแม่ไม่เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กบ้างหลังจากที่ทอดทิ้งลูกของตัวเองไป และกล่าวว่าควรมีการส่งเสริมการสอนให้ผู้คนเข้าใจถึงความสำคัญของครอบครัว

อย่างไรก็ดี ศาสนาจารย์อีก็ยังไม่มีแผนยุติสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เขากำลังหวังที่จะสร้างสถานที่รับดูแลเด็ก ซึ่งต้องใช้เงิน 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐนอกกรุงโซล ซึ่งเขาจะติดตั้งกล่องทิ้งเด็กอีกใบหนึ่งและดูแลเด็ก ๆ เหล่านี้ แผนการต่อจากนี้คือจะขยายสถานรับดูแลนี้ออกไปและเชิญให้บรรดาแม่ที่ไม่ได้แต่งงานให้มาอยู่ที่สถานดูแลนี้หลังจากให้กำเนิดทารก เพื่อที่แม่เหล่านี้จะได้รับคำปรึกษาแนะนำและการส่งเสริมให้เลี้ยงดูลูกของตัวเองต่อไป

สิ่งที่ศาสนาจารย์อีทำนั้นมีข้อดีอยู่ แต่ประเด็นที่คุณเทรนกาชี้ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน คุณผู้อ่านคิดอย่างไรบ้าง คุณคิดว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาแบบนี้คืออะไร แบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลย

ที่มา: SF Globe

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner