กลัวลูกเป็นแผลเป็น วิธีรักษาแผลไม่ให้เป็นแผลเป็น ดูแลแผลลูกไม่ให้นูนแดงเกิดคีลอยด์

lead image

ลูกวัยซนชอบเรียนรู้ หกล้มเป็นประจำ แม่เห็นก็หวั่นใจ กลัวลูกเป็นแผลเป็นต้องดูแลอย่างไร

กลัวลูกเป็นแผลเป็น

กลัวลูกเป็นแผลเป็น แม่ต้องรู้วิธีรักษาแผลไม่ให้เป็นแผลเป็น ดูแลแผลลูกไม่ให้นูนแดง เกิดคีลอยด์

 

ถ้าแม่กลัวลูกเป็นแผลเป็น ต้องรู้วิธีรักษาแผลลูกน้อย

ลูกวัยซนย่อมอยากสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ และการเล่นก็คือสิ่งสำคัญ ทำให้ลูกเติบโต แข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย แต่พ่อแม่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ เมื่อลูกล้ม เป็นแผล เกิดบาดเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างไร ร่องรอยที่หลงเหลือจากบาดแผล จะทำให้ลูกเกิดแผลเป็นหรือไม่

 

วิธีรักษาแผลลูกไม่ให้เป็นแผลเป็น

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงเสาวนีย์ จำเดิมเผด็จศึก แนะนำว่า เมื่อลูกเป็นแผล ทำให้ผิวหนังปกติถูกทำลายกลายเป็นบาดแผล ส่วนมากมักไม่รุนแรง ไม่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้หายเร็ว ไม่สกปรก ไม่ติดเชื้อโรค หรือเป็นแผลเป็น

  1. การปฐมพยาบาลขั้นแรก พยายามหยุดเลือดถ้าเลือดไหลออกมาก โดยใช้ผ้าสะอาด เช่น ผ้าเช็ดหน้าสะอาดรีดร้อน ๆ ฆ่าเชื้อโรค หรือใช้ผ้าปลอดเชื้อกดตรงแผล หรือใช้สายยางยืดรัดเหนือบาดแผลจนเลือดหยุด
  2. ทำการล้างบาดแผลจนสะอาดประมาณ 5-10 นาที แล้วตรวจบาดแผลจนสะอาดประมาณ 5-10 นาทีแล้วตรงบาดแผลว่าตื้นหรือลึก
  3. ถ้าตื้น ๆ ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคทาปล่อยให้แห้ง แล้วปิดปลาสเตอร์ปิดแผลโดยพยายามดึงปากแผลให้ชิดกัน ปลาสเตอร์ส่วนทีสัมผัสแผลควรลอกออกง่าย เปลี่ยนได้ในวันรุ่นขึ้น โดยไม่เจ็บ
  4. ถ้าแผลแยกแต่ตื้นให้ใช้เทปผิวหนังปิดเป็นช่วง ๆ เหมือนเย็บแผล แล้วปิดผ้ากอซปลอดเชื้อทับอีกที จะทำให้แผลติดสนิทหายง่าย

 

กลัวลูกเป็นแผลเป็น วิธีรักษาแผลไม่ให้เป็นแผลเป็น ดูแลแผลลูกไม่ให้นูนแดงเกิดคีลอยด์ ลูกวัยซนชอบเรียนรู้ หกล้มเป็นประจำ กลัวลูกเป็นแผลเป็นต้องดูแลอย่างไร

กลัวลูกเป็นแผลเป็น วิธีรักษาแผลไม่ให้เป็นแผลเป็น ดูแลแผลลูกไม่ให้นูนแดงเกิดคีลอยด์

บาดแผลแบบไหนต้องรีบมาทำแผลที่โรงพยาบาล

บาดแผลฉกรรจ์ต่าง ๆ แผลบริเวณหน้า ศีรษะ ซึ่งหยุดเลือดยาก หรือแผลลึกจนถึงชั้นไขมัน แผลไฟไหม้พอง แผลถูกตะปูตำลึก แผลที่มีเศษวัสดุ เช่น แก้ว เหล็กฝังใน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะจะต้องให้การรักษาเพิ่มเติม เช่น เย็บแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ให้ยาป้องกันบาดทะยัก หรือใช้เครื่องมือช่วยเอาเศษวัสดุออก

 

การดูแลแผลประจำวัน คุณหมอแนะนำว่า 

  • ควรเปิดแผลดูทุกวัน เพื่อดูว่าแผลติดดี สกปรก ติดเชื้อหรือไม่
  • ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ วันละ 1-2 ครั้ง
  • ปลาสเตอร์ที่ใช้ปิดแผลควรเลือกชนิดที่มีความยืดหยุ่นบ้าง อากาศถ่ายเทได้ และบางครั้งต้องเป็นปลาสเตอร์ใส เพื่อให้เห็นแผลได้ง่าย โดยไม่ต้องเปิดดู
  • ถ้าแผลมีหนอง และน้ำเหลือง ควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลที่สามารถดูดซึมเลือด และหนองได้ดี
  • เมื่อแผลเริ่มหายมักจะมีอาการคัน แต่ต้องระวังอย่าให้ลูกเกา เพราะจะทำให้แผลเปิด หรือติดเชื้อใหม่
  • อาจปิดแผลในเวลากลางวัน เพื่อกันเชื้อโรคสกปรกเข้า เวลาลูกไปเล่น แต่เปิดให้ผิวหนังคลายความร้อน และความชื้นแฉะในเวลากลางคืนแผลจะแห้งเร็วขึ้น
  • เด็ก ๆ ที่ห้ามการเกาไม่ได้ อาจทายาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ทาให้สะเก็ดนิ่ม และค่อย ๆ ร่อนหลุด หรือใช้สำลีชุบน้ำต้มสะอาดปลอดเชื้อประคบบริเวณสะเก็ดจนนิ่มออกหลุดได้ หรือปล่อยให้สะเก็ดลอกหลุดเอง

เมื่อดูแลแผลอย่างถูกวิธี ดูแลแผลลูกเป็นประจำ ก็จะลดโอกาสการเป็นแผลเป็นได้ แต่ถ้าลูกเกิดแผลนูนขึ้นมา แล้วคุณแม่กลัวว่า ลูกจะเป็นแผลเป็น ให้พ่อแม่รีบปรึกษาคุณหมอ

 

แผลเป็นนูนแดงหรือคีลอยด์

คีลอยด์ (Keloid) มีลักษณะเป็นแผลเป็นใหญ่ และนูนแดง มักเกิดบริเวณลำตัวแขนขา โดยเฉพาะในเด็กที่ถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก การดูแลและรักษาแผลเป็น ควรพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะมีวิธีดูแลแผล ดังนี้

  • ใช้ผ้ายางยืดพันรัดแผลเป็นส่วนที่นูนตลอดเวลา
  • ฉีดยาสเตอรอยด์เข้าแผล
  • ใช้แสงเอกซ์เรย์จำนวนน้อยมากฉายเพื่อให้แผลเป็นดูดี หายนูน
  • บางกรณีอาจต้องเลาะเอาแผลเป็นออก แล้วเย็บตกแต่งใหม่

ถ้าพ่อแม่กลัวลูกเป็นแผลเป็น ให้รีบปฐมพยาบาล หากแผลใหญ่และเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นให้ปรึกษาแพทย์เลยค่ะ นอกจากแผลเป็นแล้ว สิ่งที่น่ากังวลคือการติดเชื้อและบาดทะยัก เมื่อลูกเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนซึ่งมีดิน โคลนเปื้อนสกปรก ควรฉีดวัคซีนกันบาดทะยักจะดีที่สุด

 

ที่มา : http://www.bangkokhealth.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วิธีปฐมพยาบาลสําลักอาหาร เด็กเล็ก ช่วยลูกยังไงให้รอด คนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่รู้ไม่ได้

ประสบการณ์ลูกจมน้ำ วิธีปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำ แบบไหนที่ห้ามทำเด็ดขาด

เด็กติดในรถ ร้องไห้ลั่นเกือบครึ่งชั่วโมง ต้องตามคนมาช่วยงัดรถกันจ้าละหวั่น แม่อย่าคลาดสายตา

ควันบุหรี่ทำให้เด็กป่วย RSV อาการหนักขึ้น ทรุดตัวเร็ว พ่อแม่ต้องระวัง!

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner