รับมืออย่างไร? เมื่อแม่ท้อง กลัวการคลอดบุตร

รับมืออย่างไร? เมื่อแม่ท้อง กลัวการคลอดบุตร

การตั้งครรภ์ควรจะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข และเฝ้ารอวันที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวน้อยใช่ไหมคะ แต่สำหรับคุณแม่บางคนกลับไม่เป็นอย่างนั้น ความกลัวการคลอดบุตร เปลี่ยนความสุขให้กลายเป็นความทุกข์ที่ท่วมท้นได้อย่างไร

โรคกลัวการคลอดบุตร (Tokophobia) คืออะไร

โทโคโฟเบีย (tokophobia) มาจากภาษากรีซ tokos หมายถึง การคลอดบุตร และ phobos หมายถึง ความกลัว

ความกลัวการคลอดบุตรสามารถเกิดได้กับคุณแม่ท้องเกือบทุกคนตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ โดยระดับความกลัวจะเพิ่มขึ้น เมื่อใกล้คลอด และเมื่อเข้าสู่ระยะคลอด และส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงหลังคลอด แม้ว่าการคลอดบุตรจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

มีผลการสำรวจในคุณแม่ชาวไทย พบว่า มีความกลัวการคลอดระดับรุนแรงมาก ร้อยละ 7.78 ระดับรุนแรง 38.9 ระดับปานกลางร้อยละ 40 และ ระดับเล็กน้อยร้อยละ 13.3 (ถวัลรัตน์ กิตติศักดิ์ชัย, 2555)

สาเหตุ ความกลัวการคลอดบุตร

ความกลัวการคลอดบุตร ในคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องแรก มักมีสาเหตุดังนี้

  1. กลัวการเจ็บครรภ์คลอด กลัวการสูญเสีย และกลัวจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ในระยะคลอด
  2. การได้รับฟังเรื่องราวด้านลบเกี่ยวกับการคลอด โดยเฉพาะความเจ็บปวดจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์การคลอดมาก่อน
  3. การขาดความรู้ และขาดประสบการณ์เกี่ยวกับการคลอดบุตร ทำให้คุณแม่ท้องไม่สามารถคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง และทารกในครรภ์ในอนาคตได้ คุณแม่ตั้งครรภ์ท้องแรกจึงมีความกลัวการคลอดบุตรระดับรุนแรงมากกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องหลัง

สำหรับ โรคกลัวการคลอดบุตร ในคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องหลัง มักเกิดจากการมีประสบการณ์ด้านลบระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอดที่ผ่านมา เช่น เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะคลอด การบาดเจ็บและความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นในการคลอดครั้งก่อน หรือทารกเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด เป็นต้น

บทความแนะนำ 15 สุดยอดภาพวินาทีแรกของการคลอดลูก

อาการของ โรคกลัวการคลอดบุตร (Tokophobia)

พบว่าคุณแม่ที่กลัวการคลอดบุตรจะมีอาการทางร่างกายและจิตใจ ดังต่อไปนี้

  • รู้สึกกลัวเมื่อพูดถึง หรือมีคนพูดถึงเรื่องการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร บางคนถึงขั้นร้องไห้ก็มี
  • ฝันร้ายเกี่ยวกับการคลอด หรือการตั้งครรภ์
  • เรียกร้องการผ่าคลอด และปฏิเสธการคลอดทางช่องคลอด
  • วิตกกังวลและหวาดกลัว รวมถึงมีภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
  • คิดแต่เรื่องความตายและการเสียชีวิต
  • อยากมีลูกอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธที่จะตั้งครรภ์
กลัวการคลอดบุตร
โรคกลัวการคลอดบุตร (Tokophobia) รักษาอย่างไร

สำหรับคุณแม่ที่อยู่ในภาวะนี้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจะยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงและความเสียหายมากขึ้น หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ และส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ แม้คุณแม่จะไม่ได้เลือกวิธียุติการตั้งครรภ์ก็ตาม

โรค Tokophobia เป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ ที่ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตในการตัดสินใจเกี่ยวกับการวางแผนการรักษา โดยสูติแพทย์จะต้องทำงานใกล้ชิดกับจิตแพทย์ในการจัดการกับภาวะดังกล่าว เพื่อให้คุณแม่สามารถผ่านพ้นการคลอดไปได้ด้วยดี คุณแม่มีสุขภาพดี และมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกน้อยที่คลอดออกมาด้วย

สิ่งสำคัญในการรักษาคุณแม่ที่กลัวการคลอดบุตรคือ คุณแม่ต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง ได้รับการบอกเล่าประสบการณ์ในด้านบวกเกี่ยวกับการคลอด  รวมถึงรู้จักตัวเลือกในการจัดการความเจ็บปวดขณะคลอด นอกจากนี้การมีบุคคลที่คุณแม่เชื่อใจอยู่ด้วยขณะคลอดก็สามารถช่วยลดหรือขจัดความกลัวการคลอดบุตรของคุณแม่ท้องได้

บางกรณีที่คุณแม่มีอาการในระดับรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาให้ยาระงับอาการซึมเศร้า หรือยาระงับอาการวิตกกังวล นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรักษาอื่น ๆ รวมถึง การปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม การรักษาด้วยจิตบำบัด การสะกดจิต และการบำบัดแบบ EMDR โดยใช้การเคลื่อนไหวของตาเป็นเครื่องมือ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเป็นวิธีหนึ่งที่ให้ผลดีอย่างมาก

โรคกลัวการคลอดบุตร สามารถป้องกันได้หรือไม่

สำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยมีบุตรมาก่อน ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ และเมื่อได้รับสื่อต่างๆ ที่แสดงถึงประสบการณ์ด้านลบเกี่ยวกับการคลอด อาจทำให้จำฝังใจเรื่อยมา

ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนจึงควรได้รับข้อมูลด้านบวกเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และการคลอดบุตร เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการคลอด ความรู้ที่มีและความสุขใจที่จะได้พบหน้าลูกน้อยจะช่วยให้คุณแม่คลายความกังวลเกี่ยวกับการคลอดได้ นอกจากนี้การได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เอาชนะความกลัวและสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ความกลัวการคลอดบุตร ถือเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ท้องแรกส่วนใหญ่มักเป็นกังวลอยู่แล้ว แต่หากคุณแม่กลัวการคลอดบุตรในระดับรุนแรงกว่าปกติ อย่าปล่อยไว้นะคะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำค่ะ

สำหรับคุณแม่ที่เคยผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว ขอเชิญชวนร่วมแบ่งปันประสบการณ์แห่งความสุขเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ท้องคลายกังวลเกี่ยวกับการคลอดบุตร ที่คอมเมนต์ด้านล่างค่ะ

ที่มา sg.theasianparent.comwww.tci-thaijo.org

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

12 สุดยอดภาพถ่ายเบเบี๋แรกคลอด

10 ภาพน้ำตาหยดแรกเมื่อเจอหน้าลูก

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner