กระหน่ำแชร์คลิป แม่ใจเด็ดคลอดลูกกลางป่า

กระหน่ำแชร์คลิป แม่ใจเด็ดคลอดลูกกลางป่า

ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้แม่ต้องการคลอดลูกในป่า การทำเช่นนี้จะเกิดความเสี่ยงอะไรขึ้นกับลูก มาร่วมหาคำตอบกัน

นางซีโมน เธอร์เบอร์ คุณแม่ลูกสี่วัย 43 ปีที่อาศัยบริเวณลำธารกลางป่าฝนเดนทรี รัฐควีนส์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย เป็นสถานที่คลอดลูก ล่าสุดมีผู้เข้าชมกว่า 50 กว่าล้านครั้งแล้ว

แม่ คลอดลูก

เธอเล่าว่า เธอเลือกที่จะทำคลอดภายในป่าฝนเดนทรี จึงไปอาศัยอยู่กับเพื่อนริมป่าล่วงหน้ากว่า 2 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดคลอด เธอก็นำเสื่อพลาสติกปูกลางลำธาร ถอดเสื้อผ้านั่งยอง ๆ แล้วคลอดลูก

โดยมีสามีคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง และเป็นผู้บันทึกคลิปดังกล่าวนี้ หลังจากคลอดเสร็จแล้วเธอก็กลับไปที่บ้านเพื่อตัดสายรกออกเอง หลังจากนั้นก็นำสายรกนั้นไปฝังใต้ลำธารตามประเพณีของชาวอะบอริจินเพื่อกลับคืนสู่ผืนดิน "ฉันต้องการให้ลูกคนที่ 4 ของพ้นจากสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล ฉันจึงตัดสินใจที่จะคลอดลูกในป่า" ซีโมนกล่าว

[youtube

ทราบไหมคะว่า การตัดสายรกเองอาจทำให้ทารกแรกเกิดนั้นเสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคสะพั้นหรือโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด โรคนั้นคืออะไร คลิกหาคำตอบได้ที่หน้าถัดไป

มาทำความรู้จักกับโรคสะพั้นกัน

ในสมัยก่อนทารกแรกเกิดเสียชีวิตด้วยโรคสะพั้นกันมาก เนื่องจาก การคลอดตามบ้านโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดตัดสายสะดือ รวมถึงการดูแลสะดือเด็กแรกเกิดที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางสะดือของเด็กแรกเกิด โดยเด็กจะมีอาการดูดนมไม่ได้ ขากรรไกรแข็ง ชักหลังแอ่น ในช่วงหลังคลอด 5-10 วัน และเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน ซึ่งอาการที่ว่านี้ เป็นอาการของโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิดนั่นเอง

สาเหตุ โรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด

เชื้อบาดทะยักเป็นเชื้อที่อยู่ในลำไส้ของวัว ควาย เมื่อสัตว์ถ่ายมูลลงที่พื้นดิน เชื้อบาดทะยักก็จะกระจายอยู่ในดินและฝุ่นละออง โดยสามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นปีๆ และเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีออกซิเจนน้อย แม้มันจะถูกต้มให้เดือดก็ยังไม่สามารถกำจัดเชื้อบาดทะยักให้หมด

ในสมัยก่อนคนในชนบทคลอดลูกที่บ้าน หรือทำคลอดด้วยหมอตำแย เมื่อเด็กคลอดออกมาก็เอาสายสะดือพาดบนก้อนดิน แล้วใช้ไม้เรียวไผ่เฉือนตัดสายสะดือบนก้อนดินจนกว่าจะขาด แล้วก็ใช้ยาผงโรงสะดือเพื่อให้เลือดหยุด

การตัดสายสะดือบนก้อนดินเช่นนี้ทำให้เชื้อบาดทะยักจากก้อนดินเข้าไปใน สะดือเด็กได้ง่าย และการโรยผงบนสะดือ อาจยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้น เพราะผงยาจะไปขัดขวางไม่ให้ออกซิเจนเข้าถึงเชื้อบาดทะยัก ยิ่งมีออกซิเจนน้อยเชื้อบาดทะยักก็จะยิ่งเจริญเติบโตได้ดี  ตามที่ได้กล่าวมาแล้วค่ะ

อาการ โรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด

ในช่วงหลังคลอด 5-10 วัน เด็กแรกเกิดที่ติดเชื้อบาดทะยักมักจะแสดงอาการดังต่อไปนี้

  1. ร้องกวน ไม่ยอมดูดนม ขากรรไกรแข็ง กลืนลำบาก ขยับปากไม่ได้ ยิ้มแสยะ
  2. ชักเกร็งกล้ามเนื้อทุกส่วน แขนขา หน้าอก คอ หน้าท้อง หลัง ทำให้มีอาการคอแข็ง ท้องแข็ง หลังแอ่น
  3. ในขณะที่มีอาการหดเกร็งและแข็งตัวของกล้ามเนื้อ ทารกจะยังมีสติรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ต่างจากโรคลมชัก โรคสมองอักเสบ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว
  4. ถ้ากล้ามเนื้อหดเกร็งและแข็งตัวเป็นเวลานาน ทำให้ขาดอากาศและตัวเขียว กล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจทำหน้าที่ตามปกติไม่ได้ หลอดลมหดเกร็ง จนเกิดภาวะหายใจล้มเหลวตามมาและเสียชีวิตในที่สุด

วิธีการป้องกัน

  1. ตัดสายสะดือด้วยอุปกรณ์ที่สะอาดปลอดภัย หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้คุณแม่ไม่สามารถไปคลอดที่โรงพยาบาลได้ทัน ควรใช้มีดเผาไฟเพื่อฆ่าเชื้อเสียก่อน จากนั้นทิ้งไว้ในอากาศให้เย็นแล้วค่อยตัดสายสะดือ โดยไม่ให้สะดือเด็กไปถูกสิ่งอื่น
  2. หลีกเลี่ยงการใช้ยาผงโรงสะดือทารกแรกเกิด เมื่อตัดสายสะดือเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ เจ็นเชี่ยน ไวโอเล็ทซึ่งเป็นยาสีม่วงสำหรับป้ายลิ้นเด็ก เวลาที่ลิ้นเป็นฝ้าขาวทาที่สะดือ เมื่อยาแห้งแล้วจึงค่อยใส่เสื้อผ้าให้ทารก วิธีนี้สะดือจะสะอาดปราศจากเชื้อโรค ไม่เป็นบาดทะยัก
  3. ให้คุณแม่ท้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก เพื่อที่จะสร้างภูมิคุ้มกันส่งต่อไปยังลูกน้อยในท้อง
  4. เด็กเล็กควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ซึ่งรวมอยู่ในเข็มเดียวกัน ตั้งแต่อายุได้ 2, 4 และ 6 เดือน และฉีดกระตุ้นเมื่ออายุ 4 ปี ต่อไปฉีดกระตุ้นเฉพาะวัคซีนป้องกันบาดทะยักทุก 10 ปี

ที่มา: ข่าวสด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

เทคนิคการดูแลแผนผ่าคลอดไม่ให้นูนแดง

อาการหลังผ่าคลอด ที่แม่ควรรู้

TAP mobile app

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner